ลุยค้น 51 จังหวัด ทลายเครือข่าย “หนุ่ม” ค้าปืนเถื่อนผ่านกลุ่มไลน์ รวบ 34 ผู้ต้องหา ยึดของกลางอื้อ 58 กระบอก กระสุนอีกเพียบ

ข่าวล่าสุด

ตำรวจ PCT เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย “หนุ่ม” ค้าปืนเถื่อน ผ่านกลุ่มไลน์ GUN FOR LOVE ลุยค้นเป้าหมาย 77 จุด 51 จังหวัด รวบ 34 ผู้ต้องหา ทั้งแอดมิน คนเปิดบัญชี ช่างประกอบปืน ยึดของกลางปืน 58 กระบอก กระสุนกว่า 6 พันนัด ยาเสพติดอีกเพียบ

วันนี้ (15 เม.ย.) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผอ.ศปอส.ตร.) หรือ PCT : Police Cyber Taskforce พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8 ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ในฐานะหัวหน้ชุดปฏิบัติการที่ 3 PCT ร่วมแถลงผลการระดมกวาดล้าง เครือข่ายเฟซบุ๊กชื่อ “หนุ่ม” ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนทางออนไลน์ เข้าทลายเป้าหมาย 77 จุด จับกุมผู้ต้องหา 34 ราย ยึดอาวุธปืน แท่นกลึง เครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. สั่งการให้ศูนย์ PCT และ บช.น., ภ.1-9 ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกประเภท ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะอาชญากรรมทางออนไลน์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมากในขณะนี้

คดีนี้ ชุดปฏิบัติการ PCT ร่วมกับ บก.สส.ภ.8 สืบสวนทราบว่า มีการซื้อขายอาวุธปืนผ่านกลุ่มไลน์ชื่อว่า “GUN FOR LOVE” มีสมาชิก 400 กว่าคน โดยแอดมินใช้ชื่อ “หนุ่ม”​ เป็นพ่อค้าคนกลาง สั่งสินค้ามาขายต่อให้เพื่อนสมาชิก โดยมีการรีวิวสินค้า เป็นอาวุธปืน ลำกล้อง เครื่องกระสุนชนิดต่างๆ มีทั้งของที่ได้รับอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หากสมาชิกสนใจ จะต้องโอนเงินผ่านบัญชื่อ “โสภาวดี เวฬุการ” และแอดมินจะสั่งให้คนขายส่งสินค้าไปให้สมาชิกโดยตรงทางไปรษณีย์ จากการตรวจสอบพบว่ามีการส่งสินค้าแล้วทั่วประเทศ หวั่นนำไปก่อเหตุในห้วงเทศกาลสงกรานต์

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ได้รายงานเรื่องนี้ให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์​ ทราบ และสั่งการไปยัง พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ จำนวน 2 หมาย และหมายค้นอีก 77 หมาย ในพื้นที่ 51 จังหวัด และประสานไปยัง ศูนย์ PCT บช.น., ภ.1-9, และ บช.ก. เพื่อขยายผลจับกุมทั้งผู้ขาย ผู้ซื้อ และผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้งหมด

 

ต่อมา วันที่ 12 เม.ย. 65 เวลา 08.00 น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 หัวหน้าชุดปฏิบัติการที่ 1, 2, 3 PCT (ตามลำดับ) ร่วมกับ กำลังตำรวจ PCT น., ภ.1-9 เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกันทั่วประเทศ

ที่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.8 นำกำลังเข้าจับกุม นายสถิตคุณ เพ็ชรกิ่ง หรือ “หนุ่ม” (ชื่อปรากฏตามเฟซบุ๊ก) อายุ 21 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 74/25 หมู่บ้านจอมเกล้า พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ชุดลูกเลื่อนและชุดลั่นไก สำหรับปืนยาวขนาด .22LR จำนวน 1 ชุด แม็กกาซีน และเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก พร้อมสมุดบัญชี 7 เล่ม และกล่องพัสดุที่ใช้สำหรับจัดส่งให้ลูกค้าอีก 7 กล่อง ซึ่ง นายสถิตคุณ ยอมรับว่า เป็นแอดมินที่ใช้ชื่อว่า “หนุ่ม” จริง โดยตนเคยเรียนช่าง และประกอบอาชีพขายนก ส่วนตัวเป็นคนรักและชอบอาวุธปืนมาก เริ่มจากสั่งอาวุธมาทดลองใช้และสะสมก่อน ต่อมาเริ่มลงรูปในกลุ่ม ไลน์ และ เฟสบุ๊ก จึงมีคนสนใจเข้ามาติดต่อซื้อ และเป็นที่มาของการตั้งกลุ่ม Gun for love โดยจะได้รับส่วนต่างจากการขายครั้งละ 1,000-2,000 บาท

 

ที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม นายสิทธิศักดิ์ (สงวนนามสกุล)​ พร้อมแท่นกลึง 1 แท่น และอุปกรณ์ทำปืน เช่น เครื่องเจียรโลหะ อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่ง นายสิทธิศักดิ์ จะรับคำสั่งจาก “หนุ่ม” ให้ประกอบปืนส่งขาย หรือบางครั้งก็ขายเฉพาะชิ้นส่วนปืน ยอมรับว่า ทำมาแล้ว 60-70 ครั้ง สามารถทำรายได้กว่า 300,000 บาท

นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุม น.ส.โสภาวดี (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ตามหมายจับ ซึ่งทำหน้าที่เปิดบัญชีให้นายสถิตคุณ รับโอนเงินจากลูกค้า ซึ่งผลการปฏิบัติของ ศูนย์ PCT ตร., บช.น., ภ.1-9 และ บช.ก. (กก.4 บก.ป) ครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 34 ราย ยึดอาวุธปืนสั้น 17 กระบอก ปืนยาว 41 กระบอก กระสุนปืน 6,421 นัด อุปกรณ์ปืน 9 ชิ้น นอกจากนี้ ยังพบยาบ้า 200 เม็ด ยาไอซ์ 0.92 กรัม และกัญชาอีก 3,627 กรัม นำผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และร่วมกันจำหน่ายอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”

 

ผอ.PCT กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมตรี มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน หวั่นตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางออนไลน์ โดยเฉพาะในห้วงเทศกาลสงกรานต์ 65 นี้ กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งระดมกวาดล้างจับกุมอย่างจริงจัง ซึ่งจากสถิติคดีทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เปิดศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ (1 มี.ค. 65) ถึงปัจจุบัน พบว่า มีผู้เสียหายแจ้งความแล้ว 13,015 ราย แบ่งเป็น 1. ความผิดเกี่ยวกับการซื้อสินค้าที่ไม่ได้รับสินค้า 4,271 คดี 2. หลอกทำภารกิจ (เช่น ให้รีวิวสินค้า, กดไลก์ Tiktok, กดไลก์สินค้า) 1,443 คดี 3. หลอกให้กู้เงิน 1,356 คดี 4. ทำให้รักแล้วหลอกลงทุน (Hybrid scam) 1,123 คดี 5. Call center 1,109 คดี 6. แชร์ลูกโซ่ 510 คดี 7. หลอกยืมเงิน 468 คดี 8. ซื้อสินค้าแต่ได้ไม่ตรงปก 189 คดี และ 9. หลอกลวงรูปแบบอื่นๆ อีก 1,688 คดีจึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเป็นเหยื่อโอนเงินให้ใครง่ายๆ

 

ทั้งนี้ หากพบเบาะแส สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 ตลอด 24 ชม. หรือผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com

อ้างอิง
https://m.mgronline.com/crime