จับแหล่งขายยาปลอม และยาลดความอ้วนลักลอบจำหน่ายทางโซเชียลฯ

around the world

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่ บก.ปคบ.(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ร่วมแถลงผลการทลายเครือข่ายจำหน่ายผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักยี่ห้อ BODY FIRMING by nikki ซึ่งตรวจพบสารไซบูทรามีน กว่า 40,000 แคปซูล และทลายเครือข่ายจำหน่ายยาชุด ที่ไม่มีทะเบียนประเภทควบคุมน้ำหนัก ผ่านเพจเฟซบุ๊กและแพลตฟอร์ม ขายสินค้าออนไลน์

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 8 เม.ย.64 ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับ อย. บุกจับผู้ต้องหา 8 คน 10 หมายจับ ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.สมุทรปราการ พร้อมตรวจยึดผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักยี่ห้อดังกล่าว  โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะโพสต์ขายสินค้าผ่านเฟซบุ๊ก “Nasachon Limprasert” ขายสินค้าอาหารเสริมลดน้ำหนัก BODY FIRMING by nikki อ้างสรรพคุณ กระชับ พุงยุบ ลดทุกสัดส่วนยกเว้น หน้าอก เห็นผลจริงเชิญทดสอบผลใน 7 วัน , เฟซบุ๊ก”Thanachod Black จำหน่ายวิตามินลดน้ำหนักจากคลินิคปลอดภัย 100 % ปลีก-ส่ง จัดส่งทุกวัน” และ เฟชบุ๊ก “ยาลดน้ำหนักคลินิกหมอโชคชัยแท้ 100%” ซึ่งเฟซบุ๊กเหล่านี้การขายยาโดยไม่ใด้รับอนุญาต

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กลุ่มผู้ต้องหาใช้ชื่อ “LalarakkidShop” และ “rakkid shop” ขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก ผ่านแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ อ้างการันตีของแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ จากการสอบสวนพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาบางรายทำงานในโรงพยาบาลแต่ไม่ใช่แพทย์หรือเภสัชกร จึงนำมาใช้แอบอ้างหลอกผู้บริโภคจนมีผู้เสียหายหลงเชื่อจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดเป็นของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดี กับผู้กระทำผิดกฎหมายต่อไป

“ฝากเตือนไปยังผู้ที่ลักลอบกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าที่จำหน่ายบนแพลตฟอร์ม หรือเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่เจ้าของแพลตฟอร์ม ที่มีการจำหน่ายและการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ให้หยุดพฤติการณ์ดังกล่าวทันที หากตรวจพบจะดำเนินคดีโดยเด็ดขาด และหากพี่น้องประชาชนพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน สายด่วน บก.ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค”

ด้าน ภญ.สุภัทรา เผยว่า สำหรับผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักยี่ห้อ BODY FIRMING by nikki ตรวจพบสารไซบูทรามีนจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 วันนี้ผู้ขายมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000 – 2,000,000 บาท จึงเตือนว่าการขายยา อย.ไม่ได้อนุญาตให้มีการขายยาผ่านทางสื่อออนไลน์ แนะผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ยา และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างเกินจริงทางสื่อออนไลน์ เพราะอาจจะเกิดการแพ้ยาและอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการเลือกซื้อได้ที่ Appication “ตรวจเลข อย.” ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่ช่วยเข้าถึงมือผู้บริโภคได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจเบื้องต้นให้กับผู้บริโภค

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 “ขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต” พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต , ขายยาปลอม , โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ พ.ร.บ. วิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ.2537 “ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิได้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมทำการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมหรือแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนเป็นผู้มีสิทธิประกอบวิชาชีพดังกล่าว โดยมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต”

ทั้งนี้มีรายงานว่า ก่อนหน้าแถลงข่าวในวันนี้ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าคณะทำงานปราบปรามผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพที่ผิดกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมาร่วมแถลงข่าวด้วยตนเอง แต่ได้แจ้งยกเลิกภารกิจการแถลงข่าวด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตถึงการยกเลิกกำหนดการแถลงข่าวในครั้งนี้ว่าน่าจะมาจากกรณีที่ได้มีชื่อร่วมรับประทานอาหารที่ร้านข้าว สาขาเพลินจิต เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ในกรณีที่ตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่กก.3บก.ปคบ.มีการติดเชื้อนั้น ล่าสุดพบมี ตำรวจ กก.3 บก.ปคบ.ผลออกมาพบว่าเป็นบวกเพิ่มอีก 1 นาย จากเดิม 1 นายรวมทั้งสิ้น 2 นาย นอกจากนี้ยังมีนายตำรวจในสังกัดบก.ปคบ.หลายนายที่อยู่ระหว่างการรอผลตรวจ จึงกักตัว 14 วัน เพื่อเฝ้าระวังสังเกตการณ์อันเนื่องมาจากไปสัมผัสกลุ่มเสี่ยง

แหล่งข่าว https://www.dailynews.co.th/crime/836102